#2 [LifeStyle] สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเมื่อวาน(ของเมื่อวาน)

Dear. WP

14560091_10155305713319535_177317642117737811_o

เราทำงานที่ยิมมวยไทย ซึ่งแฟนเราได้เป็นหุ้นส่วนกับพี่อีกคนที่เขาช่วยออกทุนให้ ตัดภาพมาที่เรื่องยิมก่อน เราค่อนข้างภูมิใจในตัวเขานะ การมียิมมวยไทยเป็นของตัวเองเป็นความฝันสูงสุดของเทรนเนอร์มวยไทยแทบทุกคนแหละ เราเองยังอยากเคยอยากเปิดยิมเลย เพราะเราชอบต่อยมวยในเชิงออกกำลังกายนะ (ก่อนที่จะรับรู้ปัญหาที่จะเล่าในตอนต่อไป) แต่ด้วย personality ของเทรนเนอร์หลายๆคนที่เราเจอมา แรกๆเราก็ค่อนข้างกังวลในการบริหารเหมือนกัน แต่เราก็ชื่นชมพี่เบิร์ทในระดับนึงเลยเรื่องความรับผิดชอบ พี่เบิร์ททุ่มเทมากจนเรามองเห็น เมื่อเราได้โอกาสลงมาช่วยงานในยิมในฐานะผู้ดูแลหลายๆส่วนภายในยิม เราก็รับรู้ถึงปัญหาหลายยยยอย่างที่เราไม่คิดว่าจะเจอ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ซึ่งตัวเราค่อนข้างมีประสบการณ์ด้านการทำงานในสถานออกกำลังกาย เพราะก่อนหน้านี้เราเคยทำงานกับพี่กร ที่ฟิตเนสหนึ่ง ซึ่งพี่เขาก็พึ่งเปิดมาเช่นกัน เหมือนเราได้เริ่มออกก้าวไปพร้อมๆกัน เราได้เห็นการเจริญเติบโตทางธุรกิจแนวนี้มาแล้วว่าจะต้องเจอกับปัญหาที่จะต้องเจอ, การรับมือกับลูกค้า, และเรื่องของบุคลากรที่ร่วมงานด้วยกันเอง ผู้หยิบยื่นโอกาสดีๆในการทำงานสายที่เราชอบมาให้ ซึ่งเป็นอีกผู้มีพระคุณของเราเอง และได้กลายเป็นการเปิดโลกด้านฟิตเนสของเราไปเลย

ปัญหาในยิมมวยไทยที่เราเจอและเห็นอย่างชัดเจนคือการควบคุมเทรนเนอร์ และการรักษาลูกค้าไว้ วงจรการออกกำลังกายค่อนข้างละเอียดอ่อน ลูกค้ามักจะเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายทุกๆ 3-6 เดือน ซึ่งเป็นปัญหาที่เราต้องเจอเช่นกัน ด้วยยิมที่งอกเยอะเต็มกรุงเทพไปหมดอย่างกับดอกเห็ด ทำให้การแข่งขันเริ่มแบ่งรับแบ่งสู้กันระหว่าง ชนิดของแอคทิวิตี้ กับโลเคชั่น เราต้องพยายามหาฐานลูกค้าใหม่ๆเพื่อมาเติมฐานลูกค้าที่กำลังจะหมดอายุและมีแนวโน้มจะเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายไป รวมทั้งเราเป็นยิมที่ขายความเป็นมวยไทยจึงมีชนิดออกกำลังกายที่ไม่ได้หลากหลายเท่าฟิตเนสใหญ่ๆ ซึ่งมันทำให้ปัจจัยของโลเคชั่นเข้ามามีส่วนสำคัญ ยิ่งอยู่ไกลและไม่ใช่บริเวณที่คนอาศัยอยู่เยอะ ฐานลูกค้าก็จะเบาบางลงไปตามลำดับ โอ้ย ปัจจัยเยอะมากจริงๆ

ลูกค้าที่เข้ามาที่ยิมมีหลายประเภท หลักๆคืออยากลดน้ำหนัก ความอ้วน และ 90% เป็นผู้หญิง
ซึ่งเอาความหวังมาฝากไว้กับยิมเราว่าจะเนรมิตความผอมให้ได้ ซึ่งเราก็เข้าใจลูกค้านะ เพราะเราเองก็เคยเอาความหวังไปโยนใส่ยิมหลายๆยิมเหมือนกัน 555 บ้างก็มาเล่นแล้วเห็นผล บ้างก็มาเล่นแล้วบอกว่าไม่เห็นผอมเลย ซึ่งเอาจริงๆ การออกกำลังกายมันก็แค่ส่วนนึง แต่มันก็เป็นสิ่งที่คุณต้องทำควบคู่กันกับอีกส่วนนึงคือการกินล้วนๆเลย ซึ่งอันนี้อาจจะต้องคุมด้วยตัวเอง ไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้เหมือนกัน T_T

ขนาดเราอยากจะดึงเพื่อนๆที่รู้จักกันมานานมาเล่น เราไม่ใช่คนหุ่นพิมพ์นิยมด้วยความสูงที่แม่ให้มาแค่พอใช้ 155 ซม. ทำให้ไม่ได้เป็นอินสไปเรชั่นฟิตเนสโมเดลให้กับใครได้ ยิ่งยาก.. กับการโน้มน้าวใครๆด้วยการบอกพวกเขาว่า เออชั้นก็ต่อยมวยนะดูสิ .. “อืม มึงยังเตี้ย ตันอยู่เลยนะ” นี่คือสิ่งที่ได้รับกลับมา 555

อีกปัญหาที่เราเจอคือเรื่องของคิวการสอน ชุมชนเมืองส่วนมากทุกคนจะว่างหลังจาก 6 โมงเย็น วันจันทร์-ศุกร์ ก็มักจะมีปัญหาเรื่องคลาสเต็ม จองไม่ได้ คิวแน่น เราพยายามหลีกเลี่ยงการขอเลื่อนลูกค้ามากที่สุด จากประสบการณ์การไปต่อยในหลายๆยิมมา และได้คุยกับคนในยิมมาหลากหลาย เราพอเข้าใจว่าลูกค้ารู้สึกยังไงเวลายิมโทรมาขอเลื่อนนัด .. อ้าว ก็ชั้นว่างเวลานี้นี่น่าาา

อ๋อ และปัญหาโลกแตกคือการทำงานกับแฟน .. พี่เบิร์ท กับเราไม่เข้าใจกันบ้างในบางครั้งมักจะต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบเสมอ เวลาทะเลาะกันจะเถียงกันสองประโยคแล้วก็เงียบ..ไม่คุยกัน แต่สุดท้ายพอได้หายใจเข้าลึกๆแล้วออก มันก็ผ่านไปได้แหละ อารมณ์กับชีวิตคู่ ต้องควบคุมอย่างระมัดระวัง ค่อยๆคุย หาทางแก้ไข แล้วก็อย่าลืมว่าเรามีกันแค่สองคน ไม่ช่วยกันแล้วจะรอให้ใครมาช่วย

และนี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเมื่อวาน (yesterday ของเราคือเมื่อวานของเมื่อวานของเมื่อวานของเมื่อวาน)

จบ

15/1/2017

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s