รับมือความ “หิว” ศัตรูความผอมที่ฆ่าไม่ตาย

adult-beautiful-body-110470.jpg

วันนี้กวางมีเคล็ดลับสำหรับสาว ๆ ที่มีเป้าหมายอยากลดน้ำหนัก และกำลังเริ่มสร้างวินัยในการออกกำลังกาย แต่ดั๊นมีศัตรูร้ายไม่มีรูปลักษณ์ให้ทำลาย นั่นคือ “ความหิว” นั่นเองค่ะ

ในช่วงที่ร่างกายยังไม่ชินกับการเสียพลังงานมาก ๆ หลังการออกกำลังกาย อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าตามด้วยรู้สึกหิวหนักมากกก อยากกินทุกอย่าง จนหน้ามืดกินรัวๆจนลืมว่าตัวเองกำลังลดความอ้วนอยู่ซะงั้น

วันนี้เรามีคำตอบว่า ทำไมเราจึงรู้สึกหิวมากกว่าปกติหลังออกกำลังกาย และจะรับมือยังไงดี

active-aerobics-asian-869243.jpg

เหตุผลที่ว่าทำไมคุณถึงหิวหลังจากการออกกำลังกาย

เวลาการออกกำลังกาย ร่างกายอาจจะขาดน้ำจนรู้สึกโหย ร่างกายเราสับสนได้ว่าตอนนั้นต้องการน้ำหรืออาหาร ชานมไขมุกเอย เค้กเอย ดูน่ากินไปซะหมด แต่ๆ ถ้าร่างกายของเราแข็งแรงมากขึ้น จะมีอาการเหล่านี้น้อยลง ฉะนั้นวินัยเป็นสิ่งสำคัญมากกกกกกกกกจรีจรี

วิธีรับมือกับอาการหิวหลังออกกำลังกาย

ถ้ารู้สึกว่าตัวเองทานมากไป อาจจะทำให้หมดกำลังใจอยากหยุดออกกำลังกายไปเลย อย่าพึ่งค่ะ! มาจัดการความหิวหลังออกกำลังกายแบบอยู่หมัด ด้วยวิธีเหล่านี้ได้เลย!

exercise-female-fitness-601177.jpg

1.เปลี่ยนมาออกกำลังกายชนิดที่มีความเข้มข้นสูงบ้าง (HIIT) สลับหนักเบา จะช่วยยับยั้งการเกิดฮอร์โมนหิว

2.ดื่มน้ำให้เพียงพอในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง อย่าดื่มทีเป็นขวดนะคะ จะทำให้จุกได้ค่ะ ค่อยๆจิบ

3.ทานอาหารว่างเล็กน้อยก่อนออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้ร่างกายรู้สึกโหยมากเกินไป

4.หาอาหารว่างกินทันทีหลังการออกกำลังกาย แต่อย่าถึงกับหน้ามืดซัดยับเลยนะ มีสติ!

5.ทานโปรตีนเป็นหลักในมื้อหลัก จะช่วยให้อยู่ท้องขึ้นมากกก เมื่อเทียบกับการกินแป้งเป็นหลัก

5.อย่าท้อแท้ ลดความอ้วนเนี่ย นอกจากร่างกายจะต้องแข็งแรงแล้ว จิตใจต้องแข็งแรงกว่าอีกนะคะ สู้!

Advertisements

#7 [Article] คุณเป็นคนคิดมากเกินไปรึเปล่า? เลิกตัดสินตัวเอง อาจช่วยคุณได้

Dear WP

เราไปเจอบทความนึงน่าสนใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการกับความคิดของเราเอง
อยากบันทึกเก็บไว้อ่าน เพราะเราว่ามันจะใช้ได้กับเราในทุกช่วงอายุ

16194954_1830092217206172_4475629426187759535_n

คุณเป็นคนคิดมากเกินไปรึเปล่า? เลิกตัดสินตัวเอง อาจช่วยคุณได้
.
บางครั้งคนเราก็ชอบหมกมุ่นอยู่กับอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ทำให้ต้องเป็นทุกข์ในปัจจุบัน และบางครั้งก็มานั่งกังวลกับปัญหาในอนาคตที่อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
.
มนุษย์ล้วนทำอย่างนี้ด้วยกันทั้งนั้น ด้วยสติปัญญาของเราแต่บางครั้งเราก็ใช้มันได้ไม่ดีเท่าไหร่ การที่เอาแต่คิดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือเกิดไปแล้วและแก้อะไรไม่ได้ ส่วนหนึ่งมันก็ทำให้เราเป็นนักแก้ปัญหา แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เรากลายเป็นพวกขี้กังวลไปด้วย
.
การรู้จักคิดคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ก้าวหน้า แต่การคิดมากเกินเหตุก็อาจทำให้เราถอยหลังได้ แน่นอนว่าการคิดวิเคราะห์เป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาของมนุษย์ แต่การคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองว่า เราเป็นใคร เราเหมาะกับที่ไหน เราถูกเปรียบเทียบอย่างไร กำลังเป็นปัญหาของสังคมสมัยใหม่
.
พฤติกรรมหลายอย่างของเรามิได้เกิดจากการสิ่งที่เป็นอยู่จริงๆ แต่เกิดจากความคิดของเราเองว่า สิ่งที่เป็นอยู่มันเป็นอย่างไร ซึ่งมันอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะเรามักจะไม่ค่อยตัดสินตัวเองอย่างภววิสัย เรามักจะประเมินความสามารถหรือความล้มเหลวของตัวเองเกินเลยกว่าความเป็นจริง ซึ่งไม่ว่ามันจะถูกหรือผิด แต่พฤติกรรมแบบนี้มีแต่ทำให้เรารู้สึกแย่ไปเปล่าๆ
.
ฉะนั้น แทนที่เราจะมองโลกและประสบการณ์ของเราอย่างที่เราคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราต้องหันมาจัดการกับมันอย่างที่มันเป็นจริงๆ เราจำเป็นต้องตระหนักว่าไอ้ความคิดทำนองนี้นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกแย่ ไม่ใช่เพราะตัวประสบการณ์ที่เราต้องเจอจริงๆ
.
ส่วนวิธีการปลูกฝังให้ตัวเองหลุดพ้นจากความคิดที่เป็นพิษ ไม่มีประโยชน์ และไร้สาระพวกนี้ เราอาจจะใช้เครื่องหมายบางอย่างเป็นตัวเตือนเราก็ได้เช่น แผ่นโพสต์อิตที่ติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือข้อความบนพักหน้าจอมือถือ หรืออาจจะเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมด้วยการเฝ้าสังเกตเป็นประจำว่า ความคิด 3 อย่างแรกของคุณตั้งแต่ตื่นคิดมาเป็นยังไงบ้าง มันเป็นประโยชน์มั้ย? มันน่าเบื่อ หรือว่ามันออกแนวตัดสิน ลงโทษรึป่าว? ซึ่งเมื่อเราทำได้บ่อยๆ จนเป็นนิสัยก็จะทำให้เราสังเกตเห็นความคิดพวกนี้ได้ โดยไม่หลงเชื่อตามไปด้วย
.
ที่มา:https://www.theguardian.com/…/escape-overthinking-trap-stop…

จาก Facebook The MATTER